กิจกรรมนี้เป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่ให้ความรู้สึกภาคภูมิใจเป็นพิเศษที่ได้ร่วมทำกับเพื่อนๆที่ทำงาน เป็นกิจกรรมที่ได้ช่วยเหลือธรรมชาติ และก็มีส่วนช่วยทำให้โลกเย็นลงด้วย กิจกรรมที่ว่านี้คือ การปลูกปะการัง กับ กิจกรรมของบริษัท โมโนทราเวล จำกัด ที่ชื่อว่า โมโนร่วมใจ อนุรักษ์ฟื้นฟู...แนวปะการัง” เมื่อ วันที่ 25 พฤษภาคม 2551นี่เอง และการจัดกิจกรรมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อปลูกจิตสำนึกในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และ คืนความสมดุลให้กับธรรมชาติทางทะเล ด้วยการดำน้ำ .. คืนชีวิตปะการังกลับคืนสู่ท้องทะเลไทย ณ หาดเตยงาม หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน (กองทัพเรือ) อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี คือทางบริษัท โมโนทราเวล จำกัด ได้มีการสอนเรียนดำน้ำตามหลักสูตรต่างๆอยู่แล้ว จึงได้รับเกียรติให้เป็นบริษัทนำล่อง กิจกรรม “โมโนร่วมใจ อนุรักษ์ฟื้นฟู...แนวปะการัง” ในครั้งนี้ โดยมีนาวาอากาศเอกพิเศษณรงค์ศักดิ์ จาตกานนท์ ประธานกรรมการสำนักงานการท่องเที่ยวหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน กองทัพเรือ และ พันจ่าเอกพร ใจชื้น เจ้าหน้าที่ฝ่ายช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากการท่องเที่ยว ( วิทยากร เชิงอนุรักษ์ธรรมชาติทางทะเล และ ได้รับรางวัลบุคคลแห่งชาติดีเด่น สาขาสิ่งแวดล้อม ประจำปี 2544 ) ให้เกียรติร่วมเปิดงาน และ อำนวยความสะดวกตลอดระยะเวลาการดำเนินงาน จีงทำให้กิจกรรมครั้งนี้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี นี่เป็นรายละเอียดย่อยๆเกี่ยวกับการจัดทำกิจกรรม แต่ส่วนลึกและรายละเอียดขั้นตอนการทำนี่ อีกแยะเลย เป็นความประทับใจไม่รู้ลืมเลย เริ่มด้วยเราเริ่มออกเดินทางจากกรุงเทพเช้า ถึง หาดเตยงาม หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน (กองทัพเรือ) อ.สัตหีบ ประมาณเที่ยง ถึงปุ๊บก็กินปั๊บเลย พอกินข้าวกลางวันเสร็จ เราก็ได้รวมตัวกัน ที่สำหรับรับคำแนะนำและให้ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับปะการังกันก่อนเลย เจ้าหน้าที่ที่ดูแลโครงการก็ต่างพากันมาต้อนรับและแนะนำตัวกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตากัน พร้อมสาธิตและเล่าเรื่องของชีวิตปะการังเป็นเพลง โดยนั่งกับพื้น พื้นปูนแข็งๆเลย คุกเข้า ดีดกีตาร์เล่าประวัติความเป็นมา ได้ใจเรามากๆ แบบว่าชอบที่ว่าเล่าเป็นเพลงเนี่ย นี่ไงนั่งร้องเพลง เล่าเรื่องกันสดๆๆ

ทำให้บรรยากาศการฟังแตกต่างไปจากการบรรยายที่อื่นๆ นี่เป็นแค่ส่วนย่อยเอง หลังจากนั้นก็ได้บอกว่าเราต้องทำอะไรบ้าง ด้วยจำนวนเพื่อนๆที่ไปกันเยอะพอประมาณจึงได้แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มแรก ต้องออกไปหักกิ่งปะการังมาจำนวน 99 กิ่ง(เป็นเคล็ดหรือป่าวน้า) ส่วนกลุ่มที่สอง ก็อยู่บนฝั่งแระทำการต่อท่อพีวีซีจำนวน 8 แผงเพื่อนำไปวางไป ณ จุด เพาะเลี้ยงปะการัง เราเป็นส่วนที่อยู่ในกลุ่มหนึ่ง จึงต้องออกไปดำน้ำหักกิ่งปะการังมาปลูก ก็นั่งเรือกันออกไป นั่งออกไปไกลเหมือนกัน กลุ่มอยู่ที่ฝั่งต่อท่อพีวีซีรอ

พี่ๆทหารเรือสอนวิธีการต่อท่อพีวีซี หรือแผงเพาะเลี้ยงปะการัง

กลุ่มที่ต้องนั่งเรือออกไปเด็ดกิ่งปะการังก็มีหน้าตาเป็นฉะนี้แล

พอถึง ณ จุดที่หักกิ่งปะการังก็ใส่หน้ากาก พร้อมกันฟิน(ตีนกบ)ที่ทางกองทัพเรือจัดเตรียมไว้ให้ ก็ดำเนินการหักกันทันที คลื่นน้ำแรงพอสมควรพร้อมกับหอยเม่นที่เยอะมากๆๆ เย๋อน่ากลัวเป็นที่สุด ปะการังจะอยู่ลึกลงไปอีกประมาณ 1.5-2 เมตร เรียกได้ว่าถ้าดำน้ำเล่นผิวน้ำ ก็ดำลงไปอีกนิดหน่อยก็สามารถหักปะการังได้แล้ว สนุกและเหนื่อย เมาเรือด้วย โอ้ยสุดยอดเลย แต่ก็หนุกดีคะให้ไปอีกก็เอา นี่ไงปะการังที่หักมาได้

ที่ได้ปะการังเร็วเนี่ยเพราะว่า พี่ๆจาก กองทัพเรือ เนื่ยช่วยหักกันอย่างขันแข็ง แต่เราก็หักได้เยอะน้า หุหุ แต่ก็มีอุบัติเหตุด้วยนิดหน่อยกับเพื่อนๆที่ไปด้วยกันโดนคลื่นพัดไปชนกับแนวปะการังที่เป็นโขดหิน ได้แผลกันเล็กน้อย แต่ก็ไกลหัวใจ บ่หยั่นอยู่แว้ว หลังจากได้จำนวนปะการังพอสมควรเราก็กลับเข้าฝั่งทันใด พอไปถึงเพื่อนๆที่ต่อท่อพีวีซีก็รีบนำแผงที่ได้ต่อไว้มาเรียงกัน และช่วยกันหยิบปะการังที่หักมาใส่ตามท่อที่ได้จัดเตรียมไว้ หน้าตาก็เป็นแบบนี้ เมื่อไหร่ปะการังจะมาน้า

มาแล้วปะการัง จัดใส่แผงที่เตรียมไว้กันเลย

หลังจากที่ใส่ครบจำนวนที่ได้จัดเตรียมแผงไว้ ที่นี้ก็ถึงคราวนำออกไปวาง ณ จุดปลูกปะการัง

ก็จะมีเพื่อนๆและเจ้าหน้าที่นั่งเรือออกไป เพื่อนำแผงไปวาง ณ จุดดังกล่าวพาปะการังไปบ้านหลังใหม่ สดใสกว่าเดิม อิอิ 

พี่ทหารเรือนำน้องๆปะการังไปอยู่บ้านหลังใหม่ใต้น้ำ

เสร็จภาระกิจแล้ว ก่อนเล่นน้ำก็ชักภาพกันนิดนึง

แล้วถ้าทุกๆปีเราไปเราก็จะแวะเวียนไปเยี่ยม แต่ที่ได้ข่าวมาเนี่ย 10 ปี เจ้าปะการังน้อยจะโตเพิ่ม หรือว่า งอกเพิ่มมาอีกแค่ 1 ซม. เองหนะ เง้อๆๆ นานมั่กๆๆ เห็นมะว่ากว่าจะโตมาได้เเสนยากลำบากเชียว หลังจากกิจกรรมที่แสนอันสำคัญเสร็จแล้ว เราก็ได้เล่นน้ำทะเลอันแสนจะสวยงาม น้ำสีฟ้าแบ่งเป็นชั้นอย่างเห็นได้ชัด สวยมากๆๆแบบว่าไม่น่าเชื่อเลย ว่าเรามาใกล้ๆ ที่สัตหีบก็สามารถเล่นน้ำที่สวยน้องๆภูเก็ตเลยก็ว่าได้ เหมือนโม้นะ แต่ป่าวเลย เดี๋ยวดูภาพเอาน้า ถึงเวลาเล่นน้ำกันแล้ว

ทะเลสัตหีบสวยมะ

หลังจากที่ลั้นลากับทะเลสีฟ้าใส แล้วก็ถึงเวลายามเย็นที่ต้องไปพัก ณ ที่กองทัพเรือได้จัดเตรียมไว้ให้ เป็นบ้านพักของกองทัพเรือ นั่นเอง ที่พักพอนอนได้ ก็แค่นอนไม่ได้อะไรมาก เอาเป็นว่านอนได้ อิอิ แต่ก่อนนอนก็ต้องกินข้าวกินปลา กันก่อน ขอบอกว่าอาหารแต่ละมื้อตั้งแต่มาถึงนี่ อาหารทะเลชุดใหญ่ๆทุกมื้อเลย เรียกได้ว่ากลับไปคลอเรสเตอรอลพุ่งกะชูดแน่นอน หุหุ แต่ก็เอาน่า ไม่ได้บ่อยทานได้ อิอิ หลังจากที่ทานข้าวเสร็จ ค่ำคืนของวันที่เราทำกิจกรรมก็มาถึง ทางกองทัพเรือได้เชิญพวกเราให้มาล้อมกันเหมือนรอบกองไฟเป็นรูปครึ่งวงกลม นั่งกับพื้น ตรงจุดกินข้าว เล่นดนตรีกันสดๆตรงนี้เลย ได้บรรยากาศมั่กๆ

ทำพิธีสงบสติอารมณ์นึกถึงธรรมชาติที่อยู่รอบตัว ให้รักธรรมชาติมากขึ้น

แล้วก็ เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นบนผืนน้ำทะเลให้เราฟังเป็นเสียงเพลง พร้อมกีตาร์ตัวโปรด บวกกับเเสงเทียนที่ส่องแสงเหลืองนวล พอให้เห็นหน้าว่าใครเป็นใคร และเสียงคลื่นที่ซัดริมทะเลควบคู่ไปกับเสียงกีตาร์ดีดเป็นเสียงไปพร้อมเรื่องราวที่พี่ๆได้เล่าให้ฟังผ่านเสียงเพลงเป็นเรื่องราวที่ประทับใจ มีเป็นเรื่องราวออกแนวนิทานด้วย นี่ถ้ามีเครื่องอัดเสียงอยู่ที่นั่นจะอัดมาให้ฟังแล้ว น่าเสียดายมากๆๆ เดี๋ยวขอไปค้นก่อนว่าเพื่อนๆคนอื่นอัดไว้หรือป่าว หลังจากที่ร้องเพลงได้เกือบ 10 เพลง เห็นจะได้ ทางบริษัท โมโนทราเวล จำกัด บริษัทเราเองก็ได้มอบของที่ระลึกให้กับเจ้าหน้าที่กองทัพเรือที่อำนวยความสะดวกตลอดการทำกิจกรรม หลังจากนี้ก็เป็นการจบและแยกกย้ายกันไปนอนได้ พร้อมทำกิจกรรมต่อวันพรุ่งนี้ แต่ว่ากิจกรรมวันพรุ่งนี้ก็ไม่มีอะไรมากนอกจากเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญๆๆ เอาไว้มาเล่าต่อ ว่าไปเที่ยวไหนมาบ้างใน คืนธรรมชาติให้ทะเลใส ด้วยการปลูกปะการัง ภาค 2 (ภาคนี้ขอเที่ยว) ได้เลย อิอิ สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณพี่ๆจาก หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน (กองทัพเรือ) อ.สัตหีบ และเพื่อนๆที่ร่วมแรงร่วมใจช่วยน้องๆปะการังและที่สำคัญช่วยโลกร้อนให้เย็นลงด้วย เอาไว้มีกิจกรรมดีๆครั้งหน้าจะเอามาเล่าให้ฟังด้วยน้า เห็นอย่างนี้แล้วอย่าลืม ช่วยกันอนุรักษ์ธรรมชาติคนละเล็กละน้อยก็ยังดีน้า อิอิ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ดีจังครับ
ผมก็รักทะเลไทยsurprised smile

#1 By boyboxes on 2008-06-11 14:30